5 วิธีเอาชนะความกลัวในตัวคุณ

หากความรัก นั้นคือพลังที่สวยงามที่สุด “ความกลัว” ก็คือหลุมดำแห่งความมืดมิดที่จะคอยตามหลอกหลอนคุณได้ทุกวัน สิ่งที่ตรงข้ามกับความรักไม่ใช่ความเกลียดชังหรือความโกรธ แต่มันคือ “ความกลัว”

ในเวลาที่เรารู้สึกเกลียด เรายังสามารถใช้แรงทิฐินั้นทำสิ่งต่างๆได้มากมาย หลายคนร่ำรวยจากความเกลียดชัง จากความจนและบ้านที่ตัวเองอยู่อย่างรุนแรงด้วยซ้ำ แต่ความกลัวนั้นคือศัตรูตัวฉกาจของความสำเร็จอย่างน่ากลัว อย่าว่าแต่ลงมือทำอะไรเพื่อตัวเองเลย ในเวลาที่เรากลัว เราไม่กล้าแม้แต่จะคิดหรือพูดถึงในสิ่งที่เรากลัว เพราะมันจะให้ความรู้สึกที่ขมขื่นอย่างมาก

ผู้ที่ได้ถูกความกลัวครอบงำจะไม่กล้าที่จะเสี่ยงหรือแม้แต่คิดถึงความสำเร็จในชีวิตของตน เช่น คนที่เคยล้มละลาย โดนยึดบ้านยึดรถ สูญเสียทุกอย่าง คนเหล่านี้จะมีทัศนคติลบต่อการเงินและความสำเร็จอย่างมาก ไม่เชื่อลองคุยกับคนที่เคยทำธุรกิจเจ๊งสิ ไม่มีทางที่เขาจะพูดถึงอดีตของเขาได้อย่างหน้าชื่นตาบานแน่ๆ พวกเขายังคงรับรู้ถึงรสชาติขมขื่น และไม่กล้าที่จะคิดถึงธุรกิจใหม่แน่นอน

ความกลัวมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน ความกลัวเป็นสิ่งธรรมชาติและไม่ใช่ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะมันเกิดจากการที่จิตใต้สำนึกของเราเรียนรู้ประสบการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนรอบข้าง และสร้างเป็นความเชื่อเพื่อเพื่อป้องกันตัวเราจากความล้มเหลวนั้นๆที่เราเคยประสบพบเจอ พูดง่ายๆก็คือความกลัวเป็นกลไกป้องกันตัวเองอย่างหนึ่งจากจิตใต้สำนึกของเรา ในบางครั้งมันช่วยชีวิตเรา แต่ก็บ่อยครั้งที่มันทำลายขัดขวางชีวิตเราเช่นกัน ดังนั้นมันคงจะดีไม่น้อยถ้าหากเราสามารถควบคุมความกลัวได้อย่างมีเหตุมีผล จริงไหมครับ?

ทำอย่างไรจึงจะเอาชนะความกลัวได้?

ธรรมชาติไม่ได้ร้ายขนาดให้เราอยู่กับความกลัวตลอดไปหรอก ในเมื่อความกลัวมาจากความคิดจิตใต้สำนึก มันก็ต้องจัดการที่สมองหรือความคิดวิธีคิดของเรานั่นเอง เรามีไอเดียที่ไม่ยากจนเกินไปมาฝาก สำหรับคนที่เป็นโรคขี้กลัว หรือคนที่อยากเอาความกลัวที่ไร้เหตุผลออกไปจากชีวิตของตัวเองบ้าง ลองอ่านดูนะครับ

1. ให้คุณค่าความกล้าหาญให้มากกว่าความรู้สึกปลอดภัย

มีผลทดลองแบบทดสอบหลายสำนักออกมาว่าคนส่วนใหญ่นั้นจะให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึกปลอดภัย” มากกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ หรือพูดง่ายๆว่าปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งมันทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่รอดไปวันๆ แต่มันไม่ได้เรียกว่า “กำลังใช้ชีวิต” น่ะสิ คนเราทนทานได้กับงานที่เกลียด ชีวิตการแต่งงานที่ควรจะจบ และนิสัยที่ไม่ดีทั้งหลายที่กำลังทำลายชีวิตพวกเขาอย่างช้าๆ ซึ่งมันทำให้พวกเขานั้น “รู้สึกปลอดภัย” แต่ผมขอถามจริงๆว่า คุณเกิดมาทั้งที คุณต้องการแค่นี้เองน่ะเหรอ? ด่านแรกของการเอาชนะความกลัว ก็คือ คุณต้องปลดแอกตนเองจากความรู้สึกปลอดภัยทั้งหลายแหล่ออกไปให้หมดก่อน เพราะมันคือสิ่งแรกที่ปิดกั้นคุณออกจากชีวิตที่คุณปรารถนาอยากได้อยากมีจริงๆ จากนั้นแทนที่มันด้วย “ความกล้าหาญ” คุณต้องตัดสินใจเสียทีว่าอะไรที่มันสำคัญมากกว่ากัน ชีวิตที่อยู่รอดไปวันๆ แต่ไร้ความหมายมันจะทำให้คุณสบายใจก็จริง คุณรู้สึกว่ารับได้กับ Comfort zone ของคุณ แต่ว่าเกิดมาทั้งทีคุณต้องการแค่นี้จริงๆใช่ไหม? ลองถามตัวคุณเองดู

2. แยกแยะคำว่า “กลัว” กับ “ความระมัดระวัง” ให้เข้าใจ

ความกลัวส่วนใหญ่มักไม่มีเหตุผลและดูไม่เข้าท่าเลย ยกตัวอย่างเช่น คุณกลัวที่จะโทรหาบุคคลสำคัญที่อาจช่วยชีวิตบริษัทของคุณได้ เพียงเพราะคุณไม่กล้าเผชิญหน้ากับอดีตที่คุณเคยทำมันและคุณ “ล้มเหลว” คุณกลัวมันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง คุณเลยเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย หรือว่าคุณอาจจะกลัวจนเกินไปที่จะลาออกจากงานประจำ มาเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง เพราะคุณไม่แน่ใจว่ามันจะประสบความสำเร็จไหม? มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? โอเค บางครั้งบางคราวมันก็สมควรที่จะกลัว แต่คนเราหลายคนแยกแยะความกลัว กับ ความระมัดระวังไม่ออก ยกตัวอย่างเช่น คุณกลัวการขับรถเร็วเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ หรือ คุณกลัวที่จะถูกจับ ติดคุกหัวโตถ้าทำธุรกิจค้าขายสิ่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งความกลัวแบบนี้เป็นสิ่งที่ดี มันคือการระมัดระวังตนเอง การที่มีความรอบคอบต่อชีวิตและทรัพย์สิน มันสมควรที่จะกลัว แต่ความกลัวที่ไร้เหตุผลคือ การไร้ความกล้าที่จะทำสิ่งที่หัวใจเรียกร้องอยากทำ ไปทำสิ่งที่มันจะดีกับอนาคตตัวเอง เหล่าคนที่ประสบความสำเร็จพวกเขาก็มีความกลัวนะ เพียงแต่พวกเขาเลือกที่จะทำสิ่งที่กลัว ทำด้วยความรอบคอบเท่านั้นเอง

3. เอาชนะความกลัว ด้วย การลงมือปฏิบัติ

ถ้าความกลัวของคุณคือสิ่งที่เกินการควบคุมของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ คุณลองจำลองเหตุการณ์ว่าถ้ามันจะเกิดขึ้นกับตัวคุณหรืองานของคุณ มันจะเป็นเช่นไร และเขียนแผนการคอยรองรับว่าคุณจะสามารถทำอะไรได้บ้างถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ เขียนวิธีการรับมือกับมันหลายๆวิธีการ หลังจากนั้นคุณลองดูว่าคุณยังกลัวมันอยู่หรือไม่ ปกติแล้วความกลัวจะลดลงเพราะมันทำให้เราพอจะเห็นภาพแล้วว่าสถานการณ์จะเป็นแนวไหน และยิ่งมีวิธีแก้ปัญหารองรับคร่าวๆก็จะยิ่งช่วยให้ลดความตึงเครียดได้ดี พอเขียนเสร็จก็ไม่ต้องไปจดจ่อกับมันมาก ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อมันมาก แต่ถ้าความกลัวของคุณมาจากการที่กลัวจะลงมือทำอะไรบางสิ่ง และเลือกที่จะผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ความกลัวแบบนี้มาจากสภาวะจิตใต้สำนึกที่ กลัวการเปลี่ยนแปลง วิธีการที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดที่จะจัดการกับมันคือ “ลงมือทำมันตอนนี้เลย” อย่าเพิ่งอ่านหัวข้อถัดไป หากคุณยังมีสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในหัว ลงมือทำ ณ ตอนนี้ ขณะที่กำลังอ่านบทความนี้แหละ และถ้าจำเป็นต้องติดต่อใครก็ทำซะตอนนี้เลย เอ้า! รออะไรอยู่ล่ะ?

4. เปลี่ยนความกลัวให้เป็นความตื่นเต้นแทน

ลองนึกถึงตอนที่คุณเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวครั้งแรกในสวนสนุกสิ แค่ยืนดูก็แทบทำให้ฉี่ราด ขี้หด ตดหาย กันแล้ว แต่ถึงแม้จะกลัว คุณก็เลือกที่จะลองจะเล่นมันเพราะมันดูน่าสนุก และเมื่อเล่นเสร็จ คุณอาจจะปวดเศียรเวียนเกล้าหรืออาจจะเข็ดไปเลย แต่ลึกๆก็ยังภูมิใจในตัวเองว่าคุณกล้าที่ลองทำมัน ใช่มั้ย? บางทีชีวิตที่มีความกลัวมันก็ดีเหมือนกัน เพราะเวลาที่เราเอาชนะความกลัวได้ มันให้ความรู้สึกที่สุดยอดไปเลย มันเหมือนว่าเราเอาชนะสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ ถ้าอย่างนั้น ทำไมเราไม่ทำแบบนี้กับความกลัวทั้งหมดที่เรามีล่ะ? เราจะได้รู้สึกยอดเยี่ยมเต็มเปี่ยมด้วยพลังอีกหลายๆครั้งไง ไม่ดีเหรอ?

5. แทรกแซงความคิดตัวเองเสีย

ถึงวิธีอันนี้จะใช้ไม่ได้กับทุกเรื่องก็ตาม แต่มันใช้ได้ผลมากๆ กับความกลัวในเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ เช่น ความกลัวและกังวลระหว่างรอสัมภาษณ์เข้าทำงาน หรือความกลัวระหว่างการทำฟัน ซึ่งถ้าเมื่อไหร่พบเจอกับความกลัวนี้ ให้คุณแทรกแซงความคิดตัวเองเสีย ด้วยการ “คิดเรื่องอื่น” เช่น คุณอาจคิดถึงตอนที่คุณกำลังเล่นกับแมวเหมียวที่บ้านระหว่างหมอกำลังถอนฟันของคุณ ซึ่งเป็นบรรยากาศน่าสะพรึงกลัวที่สุด การที่คุณนึกถึงการเล่นกับแมวเหมียวมันจะทำให้ลดความกลัวความเครียดได้อย่างมาก เพราะจิตใจคุณไม่จดจ่อกับเหตุการณ์ที่กลัวอีกต่อไป หรือระหว่างรอสัมภาษณ์เข้าทำงาน ทุกคนย่อมตื่นเต้น รู้สึกกลัวและกังวลไม่รู้ว่าคนสัมภาษณ์เราจะเป็นใคร จะโหดหรือจะดีแค่ไหน เราจะพูดอะไรโง่ๆออกไปหรือเปล่า เราจะได้งานทำไหมนะ? ซึ่งความกลัวแบบนี้มีแต่ทำให้เรารู้สึกแย่มากขึ้น และมีแนวโน้มสูงมากที่จะทำให้เราสัมภาษณ์งานได้ไม่ดี ดังนั้นมันไม่ดีกว่าหรือที่จะใช้เวลาช่วงนี้คิดถึงเรื่องอื่นไปก่อน อาจจะนับเลข 1-1000 ในใจก็ได้ ซึ่งเป็นการใช้สมองด้านความคิดแทน ซึ่งสมองด้านอารมณ์ก็จะทำงานน้อยลง ความกลัวก็จะลดลง การเอาชนะความกลัวอาจใช้เวลาและการฝึกฝนอย่างมาก แต่รับรองว่ามันคุ้มค่าที่จะทำแน่นอน

แนะนำ

dominic kurt

dominic kurt

ก็แค่คนที่ชอบการเล่นกล้าม เพาะกาย คนหนึ่ง... ##@ LIVE WITH STRONG LIFE @##

Comment :

บทความเพาะกายที่น่าสนใจ


บทความวิธีหรือเทคนิคเล่นกล้ามส่วนต่างๆ


บทความน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก


หมวดวิตามิน สุขภาพร่างกาย