โรคเอดส์ (AIDS)

โรคเอดส์คืออะไร

หากจะกล่าวโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปไม่น้อยกว่าโรคมะเร็ง และสร้างความสะพรึงกลัวให้กับคนทั้งโลกมากที่สุดโรคหนึ่ง ชื่อนั้นคงหนีไม่พ้น โรคภูมิคุ้มกันบ่งพร่อง หรือ โรคเอดส์ นั่นเอง  เอดส์ เป็นโรคที่แผ่ขยายอย่างรวดเร็วในช่วง สิบกว่าปีที่ผ่านมาและเนื่องจากเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างเกรงกลัวในโรคดังกล่าวและ พยายามค้นหาแนวทางในการรักษา รวมทั้งการหลีกเลี่ยงให้ห่างจากมัน บทความชุดนี้จะขอนำพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโรคเอดส์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น  เพื่อที่เราจะได้หลีกเลี่ยงและป้องกันให้ห่างจากเราให้มากที่สุด

โรคเอดส์คืออะไร

โรคเอดส์ ( acquired immunodeficiency syndrome หรือ AIDS ) คือโรคที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรานั้นบกพร่องจากการทำหน้าที่ของมันเอง ซึ่งเกิดจากการที่เม็ดเลือกขาวติดเชื้อที่เรียกว่า  (human immunodeficiency virus, HIV) โดยเชื้อ HIV นี้จะเข้าไปทำกลายเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายให้ตายลง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราลดต่ำลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคต่างๆที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเราได้ จนเกิดภาวะอาการติดเชื้อ และโรคแทรกซ้อน อันเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตในที่สุด เนื่องจากในปัจจุบันทีผู้รับเชื้อ HIV สูงถึง 33 ล้านคน องค์การอนามัยโลกจึงให้ความสำคัญ และให้ทั่วโลกตระหนักในการป้องกันโรคเอดส์ จึงกำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก

โรคเอดส์คืออะไร

โรคเอดส์ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เชื่อกันว่า เอดส์ นั้นมีจุดเริ่มต้นจากทวีปแอฟริกาตอนกลาง ในช่วงคริสตวรรษที่ 19 โดยอาจแพร่ออกมาจากสัตว์เช่นลิง และแพร่เข้าสู่มนุษย์ จากนั้นก็ลุกลามไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยกว่าที่เราจะตระหนักในพิษภัยของโรกเอดส์ ประชาการทั่วโลกกว่า 33 ล้านคนก็มีเชื้อเจ้าโรคร้ายนี้อยู่ในตัวเสียแล้ว

สาเหตุของโรค

โดยปกติถ้าเราล่วงรู้ถึงสาเหตุของโรคร้ายนี้ได้ เราจะสามารถควบคุมความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้อย่างแน่นอน โดยสาเหตุของการเกิดโรคเอดส์นั้น มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด  4 แบบด้วยกันแบ่งเป็นดังนี้

  1. ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ กล่าวคือ การมีเพศสัมพันธ์โดยให้อวัยวะเพศสัมผัสต่อกันโดยตรง โดยไม่มีอุปกรณ์ทางอนามัยป้องกันเช่นถุงยางอนามัย และสามารถติดต่อได้ระหว่างชายกับหญิง และชายกับชายด้วยกัน
  1. การถ่ายเลือด การรับเลือดจากผู้ที่มีเชื้อ HIV จะทำให้บุคคลที่รับเลือดไปนั้นป่วยกลายเป็นโรคเอดส์ด้วย ซึ่งในปัจจุบันปัญหานี้ได้แก้ไขไปมากแล้ว โดยที่ผู้ที่จะบริจาคโลหิตได้นั้นจะต้องผ่านการตรวจว่ามีเชื้อ HIV อยู่หรือไม่ รวมทั้งไม่รับบริจาคเลือดจากผู้ป่วยติดยาเสพติดประเภทใช้เข็มฉีดยาฉีดเข้าร่างกาย
  1. การใช้กระบอกเข็มฉีดยาร่วมกัน หากคุณใช้กระบอกเข็มฉัดยาร่วมกันอันเนื่องมาจาก การเสพยา หรือเพราะเครื่องมือทางการแพทย์ ก็มีโอกาสสูงที่คุณจะได้รับเชื้อ HIV หากคนที่คุณรู้จักนั้น รับเชื้อด้วย
  1. รับเชื้อจากมารดาสู่ตัวของลูกในครรภ์ ภาวะนี้คือการติดเชื้อ HIV จากกระแสเลือด โดยรับเชื้อผ่านทางสายรกในครรภ์มารดาของแม่ การติดเชื้อแบบนี้ถือว่าส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยมากที่สุด เนื่องจากทารกที่คลอดออกมาส่วนใหญ่ จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เกิน 15 ปีก็จะเสียชีวิตในที่สุด

สัญลักษณ์ของกลุ่มช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์

แนวทางการป้องกัน

เพื่อไม่ให้เจ้าโรคร้ายนี้เข้ามาทำร้ายชีวิตของคุณและคนที่คุณรัก การศึกษาถึงแนวทางในการป้องกันเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากโรคนี้และทำให้คนที่คุณรักห่างไกลจากโรคร้ายนี้ด้วย มาศึกษาแนวทางการป้องกันร่วมกันครับ

  1. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ภายหลังการมีเพทศสัมพันธ์ 

หากคุณเป็นคนรักสนุก ชอบเที่ยว หรือเป็นคนที่รักเดียวใจเดียวก็ตาม การใช้ถุงยางอนามัยจะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อ HIV ได้มากถึงร้อยละ 99 และทำให้คนที่คุณรักรู้สึกถึงความใส่ในของคุณอีกด้วย โดยทั้งนี้คุณอาจเลือกถุงยางอนามัยที่มีความหนา ตั้งแต่ 0.5 มิลลิเมตรขึ้นไป ร่วมกับถุงยางที่มีสารฆ่าเชื้ออสุจิ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าการ ตัวคุณนั้นปลอดภัยมากที่สุดจากการแพร่เชื้อของโรคร้ายนี้

  1. ก่อนแต่งงานควรตรวจเลือดเสียก่อน

การทำแบบนี้เป็นการสร้างความไว้ใจ และความเชื่อมั่นให้กับคนรักของคุณ เขาจะรับรู้ได้ว่าคุณใส่ใจในสิ่งที่เป็นเรื่องรายละเอียดเล็กน้อย และช่วยให้ชีวิตคู่ของคุณมีความสุขขึ้นด้วย

  1. ห้ามใช้สารเพสติดทุกชนิดโดยเด็ดขาด

การใช้สารเสพติดไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ตาม ในที่สุดจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่สุขภาพจิตใจของคุณ ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ผมขอให้คุณหลีกเลี่ยงจากการเสพสารเสพติดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นประเภทกิน สูบ หรือฉีดก็ตาม โดยเฉพาะการฉีด เป็นวิธีการที่โรคเอดส์สามารถแพร่กระจายจากคนต่อคนได้อย่างง่ายที่สุด

  1. ตรวจสอบข้อมูลก่อนรับการถ่ายเลือด

หากคุณมีความจำเป็นต้องถ่ายเลือด โปรดอย่าลืมตรวจสอบว่า โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่คุณทำการถ่ายเลือดนั้น มีบริการหรือ การตรวจสอบเลือดก่อนการถ่ายหรือไม่ แต่หากคุณเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน หรือโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงแล้ว ปัญหาข้อนี้น่าจะเกิดกับคุณน้อยที่สุด

แนวทางการรักษาหากคุณได้รับเชื้อ HIV ( เอดส์ )

สิ่งแรกที่ผมอยากจะขอคุณคือ ขอให้คุณตั้งสติให้ดีและอย่าเพิ่งหมดกำลังใจ โรคนี้แม้คุณรับเชื้อเข้าไปแล้ว แต่ถ้าคุณดูแลตนเองอย่างดี คุณสามารถยืดอายุการเสียชีวิตออกไปได้นานหลายสิบปี หรืออาจจะไม่แสดงผลเลยตลอดชั่วชีวิตของคุณ และเพื่อให้เรามองเห็นแนวทางการรักษามากขึ้น โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  1. ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายช่วยให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของคุณยังคงความแข็งแรงอยู่ แม้ว่าเชื้อเอดส์ จะทำลายเม็ดเลือดขาว แต่ก็จะใช้เวลานานขึ้นกว่าจะทำลายได้สำเร็จ  ดังนั้นออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค

  1. ออกกำลังใจให้เข้มแข็ง

ใช่ครับคุณอ่านข้อความไม่ผิด ส่วนต่อมาคือกำลังใจของคุณต้องเข้มแข็งด้วย  อย่าคิดว่าทุกอย่างในชีวิตจบสิ้น แต่จงคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่สุดที่ทำให้ตระหนักว่าชีวิตมีคุณค่า และให้รีบสร้างคุณประโยชน์ไว้ให้กับโลกใบนี้โดยเร็วที่สุด ลองพูดคุยกับเพื่อน หรือคนใกล้ตัวดูครับ ผมเชื่อว่าคนเหล่านั้นพร้อมที่จะให้กำลังใจกับคุณอย่างแน่นอน

  1. ทานอาหารชีวจิต

ข้อนี้หมายถึงให้คุณทานอาหารโดยผ่านกระบวนการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เน้นอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายสูงๆ และช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น แทนอาหารขยะที่มีการขายกันเกลื่อนกราด คำว่า You are what you eat. ยังสามารถใช้ได้เสมอในทุกสภาวการณ์

  1. นั่งสมาธิชะลออาการแสดงผล

มีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองหลายงานวิจัยในต่างประเทศว่า หากคุณปฏิบัติสมาธิเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาทีจะช่วยชะลอการลุกลามของเชื้อ HIV ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นเริ่มเสียแต่วันนี้ทุกคืนก่อนนอนหรือทุกเช้า ปฏิบัติสมาธิของคุณควบคู่ไปด้วย

  1. การใช้ยา HAART ควบคู่ไปด้วย

สำหรับยา HAART นี้สรุปง่ายๆคือยาต้านไวรัสเอดส์นั่นเอง โดยทำหน้าที่ในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเม็ดเลือดขาว และช่วยให้เชื้อ HIV อ่อนแอลง คล้ายโรคเอดส์เป็นโรคอีกทีหนึ่ง ซึ่งการทานยานี้เป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยชะลอการเติบโตของโรคได้อย่างมาก และจะช่วยให้การยืดเวลาของอาการป่วยนั้นออกไปอีกหลายปีเลยทีเดียว  นอกจากนี้ในประเทศแถบเอเชียได้มีการทำงานวิจัยอันเกี่ยวเนื่องกับการรักษาโรค เอดส์ ให้หายอย่างเด็ดขาด และผมเชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ อาจมีนาที่สามารถรักษา โรคเอดส์ ได้อย่างแน่นอน ขอเพียงคุณรักษาลมหายใจและพลังใจของคุณไว้

ช่วยกันลดโรคเอดส์

สรุปแล้วแนวทางที่กล่าวมาทั้งหมดคงทำให้คุณผู้อ่าน รู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับ โรคเอดส์ มากยิ่งขึ้น และใช้องค์ความรู้ที่มีในการป้องกันตนเองและคนที่คุณรักให้ห่างไกลจากโรคร้ายนี้ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง 

“ โรคเอดส์ ” ข้อมูลจาก Wikipedia.com

“แนวทางการใช้สมาธิรักษาโรคเอดส์”  ข้อมูลจาก dmc.tv

แนะนำ

dominic kurt

dominic kurt

ก็แค่คนที่ชอบการเล่นกล้าม เพาะกาย คนหนึ่ง... ##@ LIVE WITH STRONG LIFE @##

Comment :

บทความเพาะกายที่น่าสนใจ


บทความวิธีหรือเทคนิคเล่นกล้ามส่วนต่างๆ


บทความน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก


หมวดวิตามิน สุขภาพร่างกาย