สุขภาพดีด้วย “วิตามินเอ”

วิตามินเอ

วิตามินเอ เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายโดยเฉพาะสายตาและผิวหนังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระส่วนมากที่รู้จักกันดีก็คือ เบต้าแคโรทีน ซึ่งมีอยู่ในผักผลไม้ที่มีสีแดง เขียว ส้มรวมทั้งผักใบเขียวต่างๆ วิตามินเอแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ เรตินอลและแคโรทีน มีหน่วยวัดเป็น IU

ประโยชน์ของวิตามินเอ

มีส่วนช่วยให้ภูมิชีวิตดีขึ้นทำให้หายป่วยเร็ว ป้องกันสายตาพร่ามัวตอนกลางคืนช่วยบำรุงสายตาเป็นอย่างดี ช่วยให้ผิวหนัง เล็บ กระดูก แข็งแรงนอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยพบว่าหากรับประทานวิตามินเอในระดับที่พอเหมาะและต่อเนื่องจะช่วยลดการเกิดมะเร็งได้

วิตามินเอ

ข้อดีอีกอย่างของ วิตามินเอ

คือสามารถรักษาสิวได้หลายคนที่มีปัญหาการเกิดสิวบนใบหน้าส่วนใหญ่จะซื้อยามาทานเองหรือบางทีอาจปรึกษากับคลินิกเสริมสวยต่างๆปัจจุบันนี้สิวเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งซึ่งต้องรีบแก้ไข ทั้งสิวเสี้ยว สิวอักเสบ สิวหัวช้าง ในส่วนนี้วิตามินช่วยเอช่วยได้สามารถหยุดการอักเสบของสิวและป้องกันการเกิดสิวได้ดีในระดับหนึ่งและไม่กลับมาเป็นสิวอีกในระยะเวลาหลายเดือนหรืออาจเป็นปีแต่หากกินมากเกินไปจะเกิดผลเสียได้โดยเฉพาะคนที่ตั้งครรภ์หากได้รับมากเกินไปอาจถึงขั้นแท้งลูกได้

หากขาดวิตามินเอเป็นเวลานานๆ จะเกิดอะไรขึ้น

ความต้านทานโรคต่ำเนื่องจากวิตามินเอเป็นตัวเอกสำคัญในการต้านทานเชื้อโรคและทำให้ระบบต่างๆทำงานได้อย่างปกติหากขาดมีวิตามินเอในร่างกายต่ำกว่ากำหนดที่ร่างกายต้องการแล้วภูมิต้านทานโรคจึงต่ำไปด้วย

ส่วนอื่นๆที่สำคัญหากขาดวิตามินเอนั่นคือ

ผิวหนังเนื่องจากวิตามินเอมีส่วนสำคัญมากในการสร้างเยื่อบุผิวหนังและทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นเมื่อขาดวิตามินตัวนี้แล้วจะสังเกตได้ว่าทั้งข้อศอก หัวเข่า และผิวหนังแห้งกร้านผิดปกติ

วิตามินเอ พบมากในน้ำมันตับปลา นม ไข่แดง ผักที่มีสีเขียว สีส้ม สีม่วง และอื่นๆ เช่น มะเขือเทศ แครอท ฟักทอง คะน้า เรียกว่าผักส่วนใหญ่นั้นก็มีวิตามินเออยู่แล้วทั้งนั้น

ประโยชน์ วิตามินเอ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โดยทั่วไป มีวางขาย 2 รูปคือ รูปที่สกัดจากน้ำมันตับปลาธรรมชาติ และ รูปที่กระจายตัวในน้ำ ซึ่งรูปนี้จะเป็นรูปของแอซิเทต หรือ ปาล์มนิเทตเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ควรรับประทานน้ำมัน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิวง่าย ขนาดที่แนะนำโดยทั่วไปคือ 5,000 – 10,000 ไอยู กรดวิตามินเอ แบบทา ( เรตินเอ ) ซึ่งใช้ในการรักษาสิวเป็นหลัก และกำลังมีการทำตลาดเรื่องของการลดริ้วรอยในสหรัฐอเมริกา เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์

การเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากเกินไป

หากรับประทานมากกว่า 50,000 ไอยู ต่อเนื่องกันทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน อาจเป็นอันตรายได้ในผู้ใหญ่ หากรับประทานมากกว่า 18,500 ไอยูต่อเนื่องกันทุกวัน อาจก่อให้เกิดผลที่เป็นอันตรายในเด็กทารก หากรับประทาน เบต้าแคโรทีน มากกว่า 34,000 ไอยุ ต่อเนื่องกันทุกวัน ทำให้ผิวออกเหลืองได้ อาการที่บ่งชี้ว่ามีวิตามินเอ สะสม มากเกินไปได้แค่ ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผิวลอก ตามัว ผื่น ปวดกระดูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ อ่อนเพลีย ปวดศรีษะ และตับบวมโต
ศัตรู
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนและแคโรทีน จะทำงานขัดแย้งกันกับวิตามินเอ หากมีสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอ

คำแนะนำ

หากรับประทานวิตามินอี มากกว่า 400 ไอยูทุกวัน ควร ต้องรับประทานวิตามินเอ อย่างน้อย 10,000 ไอยู ด้วย
หากรับประทานยาคุมกำเนิดความต้องการวิตามินเอ จะลดน้อยลงไป
หากรับประทานแครอท ตับ ผักขม มันเทศ หรือ แคนตาลูป ในปริมาณมากทุกสัปดาห์ คุณไม่น่าจะต้องทานวิตามินเอ เสริมอีก
ไม่ควรรับประทานวิตามินเอ ร่วมกับน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ
วิตามินเอ ทำงานร่วมกับ วิตามินบีรวม วิตามินดี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสี ได้ดีที่สุด ( ตับต้องการสังกะสีเป็นตัวช่วยนำวิตามินเออก มาใช้ )
หากคุณรับประทานยาลดคอเลสเตอรอล เช่น เควสแทรน ( คอเลสไทรามีน ) ร่างกายจะดูดซึมวิตามินเอ ได้น้อยลง และอาจจะต้องรับประทานเสริม

ร่ายกายต้องการวิตามินเอในแต่ละวันอยู่ที่วันละ 4,000-5,000 IU

แหล่งวิตามินในธรรมชาติ         จำนวน                        ปริมาณสารอาหารที่ได้รับ
ผักตำลึง น้ำหนัก 100 กรัม 18,608 IU
ยอดชะอม น้ำหนัก 100 กรัม 10,066 IU
คะน้า น้ำหนัก 100 กรัม 9,300 IU
แครอท น้ำหนัก 100 กรัม 9,000 IU
ยอดกระถิน น้ำหนัก 100 กรัม 7,883 IU
ผักโขม น้ำหนัก 100 กรัม 7,200 IU
ฟักทอง น้ำหนัก 100 กรัม 6,300 IU
มะม่วงสุก 1 ผล(โดยเฉลี่ย) 4,000 IU
บรอกโคลี 1 หัว(โดยเฉลี่ย) 3,150 IU
แคนตาลูบ น้ำหนัก 100 กรัม 3,060 IU
แตงกวา 1 กิโลกรัม 1,750 IU
ผักกาดขาว น้ำหนัก 100 กรัม 1,700 IU
มะละกอสุก 1 ชิ้นยาว(โดยเฉลี่ย) 1,500 IU
หน่อไม้ฝรั่ง น้ำหนัก 100 กรัม 810 IU
มะเขือเทศ น้ำหนัก 100 กรัม 800 IU
พริกหวาน 1 เม็ด(โดยเฉลี่ย) 500-700 IU
แตงโม 1 ชิ้นใหญ่ 700-1,000 IU
กระเจี๊ยบเขียว น้ำหนัก 100 กรัม 470 IU

การขาดสารอาหารที่เรียกว่า วิตามิน ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำแน่นอน ในชีวิตคนเราต้องทานอาหารทุกวันและต้องทานให้ครบทั้ง 5 หมู่เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่สามารถนำไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จึงไม่ควรที่จะขาดสาอาหารตัวใดตัวหนึ่งไปเพราะสารอาหารทุกตัวมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

แหล่งอ้างอิง

www.muscle.in.th/article/story/78/วิตามินเอ-(vitamin-a)-คืออะไร,-ประโยชน์,-โทษ-และอาการเมื่อขาดวิตามินเอ

http://www.vitamin.co.th/VitaminA.asp

แนะนำ

dominic kurt

dominic kurt

ก็แค่คนที่ชอบการเล่นกล้าม เพาะกาย คนหนึ่ง... ##@ LIVE WITH STRONG LIFE @##

Comment :

บทความเพาะกายที่น่าสนใจ


บทความวิธีหรือเทคนิคเล่นกล้ามส่วนต่างๆ


บทความน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก


หมวดวิตามิน สุขภาพร่างกาย