รู้จักกับ “วิตามินดี”

vitamin D

เมื่อตอนเด็กๆ หรือแม้กระทั่งตอนนี้เราทุกคนต่างคุ้นเคยกับ วิตามินดี เป็นอย่างดี(หรืออีกหลายคนเรียกขำๆว่าวิตามินแดด)เรารู้ว่าวิตามินตัวนี้ได้มาจากแสงแดดเป็นส่วนสำคัญในการสังเคราะห์วิตามินดีมีประโยชน์ต่อการรักษาภาวะสมดุลของระดับในเลือดและกระดูก แต่เราทราบหรือไม่ว่าวิตามินดี มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าอะไร การตั้งชื่อวิตามินดีนั้นตั้งตามที่มีผู้ค้นพบหรือไม่เพราปกติหากมีใครที่ค้นพบธาตุใหม่ๆ ทฤษฎีใหม่ๆ ล้วนแต่ต้องตั้งชื่อสิ่งที่พบนั้นๆตามชื่อที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้นพบทั้งสิ้น หรือเป็นการตั้งขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีหลักในการตั้ง

วิตามินดี

รู้จักกับวิตามินดี (Vitamin D)

ตามความหมายของพจนานุกรมและเว็บไซต์วิกิพีเดียหรือสารานุกรมเสรีบอกไว้ว่า วิตามินดี มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า CALCIFEROL หรือ ERGOSTEROL เป็นวิตามินที่มีความสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมเสริมสร้างกระดูกและฟันให้มีการทำงานและงอกใหม่ตามปกติหากขาดวิตามินดีในระดับที่มากกว่าปกติจะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน มีโอกาสเป็นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ในเด็กเรียกว่า Rickets ส่วนในผู้ใหญ่อย่างเราเรียกกันว่า osteomalacia คนเราทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่ได้รับวิตามินดีทางแสงแดดสังเคราะห์ขึ้นมาด้วยร่างกายที่ชั้นไต้ผิวหนังของเราเอง และการรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีเข้าไปส่วนมากจะมาจากพืชผัก ผลไม้แต่มีวิตามินดีเป็นส่วนน้อยน้อย ส่วนใหญ่จะมากจากสัตย์ เช่น น้ำมันตับปลา ไขมัน นม เนย ปลาทู ไข่แดง ปลาแซลมอน นอกจากนี้วิตามินดียังมีวิตามิดีแท้ๆ ที่มีลักษณะเป็นสีขาวแท้ไม่มีสิ่งใดเจือปน สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 140 องศาเซลเซียส ละลายในไขมันไม่ละลายในน้ำ

ส่วนสารตั้งต้นวิตามินดีนั้นแตกต่างอย่างมากกับวิตามินดีแท้ เพราะจะเสียง่ายมากเมื่อเกิดปฏิกิริยาออกวิเดชัน แต่จะคล้ายคลึงกันตรงที่ละลายในไขมันเช่นเดียวกันกับวิตามินดีแท้ๆ สำหรับใครที่อยากตัวสูงๆหรืออยากได้รับวิตามินดีสามารถทานนมเพื่อเสริมสร้างวิตามินดีและยังได้รับสารอาหารที่จำเป็นชนิดอื่นๆด้วย แถมยังรสชาติดีติดปากอยู่ไม่น้อยแนะนำให้กินนมวัวครับ เพราะหาทานง่ายเป็นกล่องก็ได้แต่ถ้าหากไม่อยากเสียเงินก็ลองไปยืนหรือเดินออกกำลังกายในช่วงเช้าก็จะได้รับ วิตามินดี เช่นกันแถมมีโอกาสได้รับมากถึง 90% มากกว่าการทานนมอย่างเดียวถึง 80% รู้อย่างนี้แล้วเราทุกคนหันมาออกกำลังกายในช่วงเช้าที่มีแสงแดดอ่อนๆกันดีกว่าครับได้ทั้งสุขภาพและวิตามิน

วิตามินดี

ประโยชน์ของวิตามินดี (Vitamin D)

  1. วิตามินดีเป็นส่วนสำคัญสำหรับการดูดซึมและการเผาผลาญของแคลเ​​ซียมและฟอสฟอรัส จึงมีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเ​​ซียมและฟอสฟอรัสมากขึ้น ซึ่งแคลเ​​ซียมและฟอสฟอรัสมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะการบำรุงรักษาของสุขภาพกระดูกและฟัน
  2. วิตามินดีเป็นวิตามินที่ช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสู้กับโรคต่างๆได้ดีขึ้น เช่น โรคหวัด
  3. วิตามินดีจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท และได้มีการศึกษาชายชาวยุโรป 3000 คนที่มีอายุระหว่าง 40 ปี และ 79 ปี พบว่า วิตามินดีอาจมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้สมองทำงานได้ดีในวัยชรา
  4. วิตามินดีมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคไขข้ออักเสบในผู้หญิง
  5. วิตามินดีสามารถช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของอาการโรคหอบหืด (งานวิจัยของ Harvard Medical School พบประโยชน์ของวิตามินดีนี้หลังจากการตรวจสอบเด็กจำนวน 616 คนใน Costa Rica)
  6. มีการศึกษาต่างๆที่ได้แสดงให้เห็นว่าคนที่มีระดับวิตามินดีอย่างเพียงพอ มีความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับคนที่มีระดับวิตามินดีที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ ในงานวิจัยของศูนย์การรักษาโรคมะเร็งของอเมริกา ยังพบว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่ขาดวิตามินดี
  7. นักวิจัยได้รายงานในเดือนกันยายน 2012 ใน PNAS (the Proceeding of the National Academy of Sciences) ว่า การรับประทานวิตามินดีขนาดสูง สามารถช่วยให้ผู้ป่วยวัณโรคหายได้เอย่างรวดเร็ว
  8. วิตามินดีมีผลต่อการดูดซึมกลับของกรดอะมิโนที่ไต ถ้าขาดวิตามินดี กรดอะมิโนในปัสสาวะจะเพิ่มขึ้น ถ้าวิตามินดีเพียงพออัตราการดูดซึมกลับกรดอะมิโนจะปกติ และในปัสสาวะจะลดปริมาณลง
  9. ช่วยสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้าง คอลลาเจน
  10. หน้าที่โดยอ้อมของวิตามินดี เช่น วิตามินดีจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือด เพราะหน้าที่เหล่านี้จะสัมพันธ์กับการมีอยู่และการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัส ของร่างกาย

ประโยชน์ของวิตามินดี

คำแนะนำในการรับประทานวิตามินดี (Vitamin D)

  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับผู้ใหญ่คือ 200 – 400 IU หรือ 5 – 10 mcg.
  • ทารกที่ดื่มนมแม่ควรได้รับวิตามินดี 200 IU ต่อวัน นอกเสียจากว่าหย่านมแล้ว และเปลี่ยนมาดื่มนมสูตรเสริมวิตามินดีอย่างน้อย 500 ซีซีต่อวันแล้ว และสำหรับเด็กที่ดื่มนมขวดสูตรเสริมวิตามินดี แต่ปริมาณไม่ถึง 500 ซีซีต่อวัน ก็ควรรับประทานวิตามินดีเสริมเช่นกัน
  • วิตามินดีในรูปแบบของอาหารเสริม มักวางจำหน่ายในรูปแบบ เม็ดหรือแคปซูล มีขนาดประมาณ 400 IU ซึ่งดัดแปลงมาจากน้ำมันตับปลา โดยขนาดที่รับประทานกันโดยทั่วไปคือ 400 – 1,000 IU
  • ผู้ที่อยู่อาศัยในเมือใหญ่ โดยเฉพาะในบริเวณที่มลพิษหมอกควันหนาแน่น ควรได้รับวิตามินดีเพิ่มมากขึ้น
  • ผู้ที่ทำงานกลางคืนและไม่ค่อยตากแดด ควรรับประทานวิตามินดีเพิ่ม
  • หากคุณรับประทานยากันชัก คุณควรต้องรับประทานวิตามินดีเพิ่ม
  • คนผิวเข้มที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีแดดน้อย ควรรับประทานวิตามินดีเพิ่ม
  • หากคุณอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักตัวเกิน คุณมีความเสี่ยงต่อการมีวิตามินดีในร่างกายต่ำ
  • เด็กและวัยรุ่นที่ไม่ได้ดื่มนมที่มีวิตามินดี อย่างน้อย 500 ซีซีต่อวัน ควรรับประทานอาหารอื่นที่มีวิตามินดีสูง หรือรับประทานวิตามินรวมที่มีวิตามินดีรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 200 IU
  • อย่าให้สุนัขหรือแมวรับประทานวิตามินดีเป็นอาหารเสริม ยกเว้นว่าสัตวแพทย์เป็นผู้แนะนำในบางกรณี
  • วิตามินดีจะทำงานร่วมกับวิตามินเอ วิตามินซี โคลีน แคลเซียม ฟอสฟอรัสได้ดีที่สุด
  • ผลเสียของการรับประทานวิตามินดีเกินขนาด หากรับประทานในปริมาณมากต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือประมาณ 20,000 IU ต่อวัน อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ หรือหากรับประทานมากกว่า 1,800 IU ต่อวัน อาจทำให้เกิดภาวะวิตามินดีเกินในเด็ก สำหรับอาการอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าในร่างกายมีวิตามินดีมากเกินไป เช่น กระหายน้ำมากผิดปกติ เจ็บตา คันตามผิวหนัง อาเจียน ท้องร่วง กลั้นปัสสาวะไม่ได้ มีหินปูนแคคลเซียมสะสมที่ผนังหลอดเลือด ตับ ไต ปอด กระเพาะอาหารอย่างผิดปกติ

ขอบคุณคำแนะนำจาก www.greenerald.com/วิตามินดี/ 

แนะนำ

dominic kurt

dominic kurt

ก็แค่คนที่ชอบการเล่นกล้าม เพาะกาย คนหนึ่ง... ##@ LIVE WITH STRONG LIFE @##

Comment :

บทความเพาะกายที่น่าสนใจ


บทความวิธีหรือเทคนิคเล่นกล้ามส่วนต่างๆ


บทความน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก


หมวดวิตามิน สุขภาพร่างกาย