จากมะเร็งสู่นักเพาะกาย

เพาะกายเล่นกล้าม

Zach Zeiler คือผู้ที่เคยเป็นมะเร็งมาก่อน เมื่อตอนที่เขาเป็นมะเร็งเขามีร่างกายที่อ่อนแอและผอมแห้งกลายมาเป็นผู้ที่มีกล้ามเหมือนนักเพาะกายได้อย่างไร เรืองราวของเขาผู้นี้จะเป็นเช่นไรเรามาอ่านกันครับ

ในตอนที่ผมอายุ 15 ผมได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าผมเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีและรังสี ในขณะที่ผมได้รับการรักษาแบบนี้ ผมพลาดโอกาสการเรียนในปีที่สอง และพลาดโอกาสในการเล่นกับเพื่อน พลาดโอกาสในการเล่นกีฬา จนถึงจัดวันเกิดที่อายุครบ 16ปี ที่เตียงคนไข้ แต่ไม่ว่าผมจะป่วยสักแค่ใหน หรือซึมเศร้าสักแค่ใหน ผมบอกตัวเองอยู่เสมอว่า ผมต้องผ่านมันไปให้ได้เพื่อหวังสักวันหนึ่ง ผมจะกลับไปมองอดีตด้วยกับร่างกายและสุขภาพที่แข็งแรง ผมทำเพียงแค่นั้น หลังจากที่การรักษาได้จบลง ผมมีน้ำหนักตัวเพียง 106 ปอนด์(ประมาณ50กิโล) ผมต้องการที่จะมีความแข็งแรงกลับคืนมา และต้องการเอาความหมองใจออกไป มันทำให้ผมได้พบกับการยกน้ำหนัก

ผมเริ่มต้นแบบธรรมดาๆ ด้วยการออกกำลังกายด้วยน้ำหนักตัวเองในห้องใต้ดิน แต่ในที่สุดมันก็ทำให้ผมต้องไปสมัครเป็นสมาชิกยิมแห่งหนึ่ง เมื่อผมมีเครื่องมือในการออกกำลังกายอย่างเพรียงพร้อม มันทำให้ผมอยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับท่าบริหาร , อาหารการกิน , และการเล่นกล้ามทั่วไป

ผมได้เอาการเล่นฟิตเนส เล่นกล้าม เข้ามาเป็นสไตล์ในการใช้ชีวิต สิ่งที่ผมได้รับคือร่างกายที่คุณเห็นอยู่ทุกวันนี้ ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมได้มาถึงจุดนี้ แต่ในทุกๆวันสิ่งที่ผมมีคือ โอกาศ โอกาศจะทำให้มันสำเร็จด้วยตัวผมเอง ดังนั้นผมไม่มีความคิดที่จะหยุดมันเพียงแค่นี้แน่นอน

เพาะกาย

 

คุณเอาแรงบัลดาลใจของคุณมาจากไหน?

แรงบัลดาลใจของผมมาจากผลลัพธ์ รูปร่างที่ผมได้รับ การสร้างร่างกาย เป็นหนึ่งในสิ่งไม่กี่อย่างบนโลกนี้ที่คุณสามารถดูผลของความทุ่มเทของสิ่งที่คุณทำได้

โปรแกรมฝึกแบบใหนที่มีผลต่อคุณมากที่สุด

สิ่งหนึ่งที่เกี่ยวกับการฝึกที่ทำให้ผมแตกต่างจากบุคคลอื่น ๆ คือมุมมองของผมกับรูปแบบการฝึก ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าแต่ละคนก็มีรูปแบบการฝึกที่แตกต่างกันไป ความเชื่อส่วนตัวของผมคือ คนทั่วไปควรจะดัดแปลงรูปแบบโปรแกรมฝึกหลายๆรูปแบบมาใช้เป็นรูปแบบของตัวเอง เช่นเปลี่ยนจำนวนครั้งในการยกแต่ละเซ็ต, จำนวนเซ็ต, จำนวนน้ำหนัก, ท่าบริหาร และอื่นๆอีกมากมาย ตัวอย่างรูปแบบในการฝึกของผมคือ จะมีสัปดาห์หนึ่งที่ผมจะฝึกอย่างหนักโฟกัสไปที่การยกเน้นท่าทางในการฝึก และสัปดาห์ต่อไปผมจะเปลี่ยนรูปแบบการฝึกเป็นการยกน้ำหนักให้หนักๆสนใจรูปแบบท่าทางให้น้อยลงไปโฟกัสที่น้ำหนักแทน

โปรแกรมฝึกของผม

Monday: Chest/Triceps 

Dumbbell Pullover: 3×12,10,6

Incline Dumbbell Press: 4×12.10,8,6

Flat Dumbbell Press: 4×12,10,8,6

Decline Isolateral Machine Press: 3×10

Dumbbell Fly’s: 3×10-15

Cable Crossovers: 3×10-15

Overhead Dumbbell Extension: 4×12,10,8,6

Overhead Single Arm Triceps Extension: 3×10

Dumbbell Triceps Skull Crushers: 4×10

Single Arm Cable Triceps Pushdown: 3×10

Tuesday: Legs 

Squats: 5 working sets 14.12.10,8,6 (last set a dropset)

Hack squat: 4×12,10,8,6

Leg Press: 4×10-14

Leg Extensions: 4×10-20

Laying Leg Curl: 4×8-12

Stiff Leg Dumbbell Deadlift: 4×12,10,8,6

Standing Leg Curl: 4×10

Wednesday: Back/Biceps 

Lat Pulldown: 4×8-12

Isolateral Lat Pulldown: 4×8-12

Pull-ups: 2x failure

T-Bar Row: 4×10

One Arm Dumbbell Row: 4×12,10,8,6

Isolateral Row: 3×10

Cable Row: 4×10-15

Barbell Curl: 4×20-30

Dumbbell Alternating Curl: 3-4×20-30

One Arm Preacher Curl: 4×15-20

Thursday: Shoulders 

Reverse Pec Dec (Rear Delts): 3×15

Rear Delts Cable Fly: 4×10

Dumbbell Shoulder Press: 5×14.12,10,8,6

Side Lateral Raise: 4×8-12

Upright Row: 3×10

Single Arm Side Lateral Raise: 3×10

Dumbbell Front Raise: 3×8-12

Isolateral Shoulder Press: 4×10

Barbell Shrugs: 6×20,16,12,10,8,6 (last set a dropset)

Dumbbell Shrugs: 5×10

Friday: Chest/Triceps 

Dumbbell Pullover: 3×10

Barbell Bench Press: 4×12,10,8,6 (last set a dropset)

Incline Isolateral Bench: 4×12,10,8,6

Cable Crossover: 4×10

Pec Dec Fly: 4×10

Weighted Dips: 4×12,10,8,6

Barbell Skull Crushers: 4×12,10,8,6

Cable Overhead Triceps Extension: 3×10

Rope Triceps Pushdown: 3×20

Saturday:Legs 

Leg Extensions: 4×10

Squats: 5×5

Hack Squat/Lunges Superset: 4×10

Sissy Squats: 4×15

Single Leg Hamstring Curls: 4×10

Reverse Hack Squats: 4×10

Barbell SL Deadlifts: 3×12,10,8

Laying Leg Curls: 3x failure

Sunday: Back/Biceps 

Deadlifts: 6×20,14,12,10,8,6

Barbell Row: 4×12,10,8,6

Wide Grip Cable Row: 3×10

One Arm Dumbbell Row: 3×10

Unilateral Row: 3×10

Weighted Pullups: 3×10

Dumbbell Pullovers: 3×8

Close Grip Lat Pulldown: 3×10

Dumbbell Hammer Curl (One Arm): 4×20-30

Concentration Curl: 4×20

Preacher Curl: 3×20

Cable Curl: 2×30

Calves/Abs 

ผมเล่นกล้ามน่องและกล้ามท้องสลับกันทุกวัน เช่น วันจันทร์ เล่นกล้ามท้อง วันอังควร เล่นกล้ามน่อง สลับกันไปเรื่อยๆ และในการฝึกแต่ละครั้งผมใช้เวลาเล็กน้อยเพียง 15 นาทีเท่านั้น

Calf Workout: 

Seated Calf Raises: 5×10

Standing Calf Raises: 5×15

Abs Workout: 

Hanging Leg Raises: 4×15

Crunches: 4 sets to failure

หากคุณเลือกได้เพียง 3 ท่าบริหาร คุณจะเลือกท่าบริหารใหนบ้าง

ผมจะเลือก Dumbbell Bench Press / Squats / Deadlifts

Dumbbell Bench Press ที่ผมเลือกท่านี้เพราะ ผมท่าบริหารนี้ ในช่วงที่ผมเริ่มเล่นกล้ามใหม่ๆ ผมมักจะหาทางที่จะพัฒนากล้ามอกของผมอยู่บ่อยๆ และผมใช้ท่าบริหาร Barbell Bench Press เป็นหลักอยู่เป็นเวลานาน แต่การใช้ Babell ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสำหรับผม โดยเฉพาะเวลาเริ่มยกผม ผมไม่รู้ว่าจะต้องยกคานไปจุดใหนดี เพราะไม่มีคนคอยแนะนำผม(ผมเป็นคนหนึ่งที่กลัวการถาม) แต่ถ้าผมบริหารด้วย Dumbbell ผมสามารถยกได้อย่างเต็มที่และผมว่ามันโดนกล้ามอกมากกว่ายกด้วย Barbell

Squats ที่ผมเลือกท่านี้เพราะ เรื่องที่ผมเสียใจมากที่สุดคือ ไม่ได้เรียนรู้ท่านี้เมื่อเริ่มต้น ผมได้มาเรียนรู้จักท่าบริหารนี้ก็เมื่อผมออกกำลังกายปีที่สาม ท่าบริหารนี้กลายมาเป็นท่าที่ผมชอบ และเป็นท่าที่ทำให้ผมพัฒนากล้ามขาได้เป็นอย่างดี

Deadlifts เหมือนๆท่า Squats ผมได้มาเรียนรู้ท่านี้เมื่อออกกำลังกายปีสามเช่นกัน มันไม่ใช่ว่าผมกลัวที่จะฝึกมัน แต่ผมไม่รู้ว่าจะฝึกมันอย่างไรให้ถูกต้อง และผมอยากจะบอกผู้ที่เริ่มต้นเล่นกล้ามใหม่ๆว่า ควรฝึกท่านี้เป็นอย่างยิ่ง

โปรแกรมอาหารการกินของคุณเป็นอย่างไร

โปรแกรมอาหารการกินของผม ทำให้ผมดูลีน(ไม่อ้วน)ตลอดทั้งปี และจุดมุ่งหมายของผมคือ การที่มีรูปร่างลีนตลอดเวลา โดยไม่มีช่วง Bulking (เพิ่มกล้ามเนื้อ อ่านเพิ่มเติม คลิก) แต่ผมก็สามารถเพิ่มกล้ามเนื้อได้โดยที่ยังคงมีรูปร่างลีน และแน่นอนการกินของผมกินแบบ Clean ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ผมยังคงเชื่ออยู่เสมอว่า ถ้าโปรแกรมอาหารของคุณทำให้คุณไม่สนุก ไม่มีความสุขในการกิน คุณไม่ควรอยู่กับโปรแกรมอาหารนั้น

ถ้าผมกำลังจะเข้าแข่งขันประกวดเพาะกาย หรือต้องการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปในแบบที่ผมชอบ ผมจะคำนวนอาหารการกินซะใหม่ ไม่ว่ามันจะต้อง Bulking หรือ Cutting ก็ตาม

โปรแกรมอาหารที่ผมกินในแต่ละวัน

มื้อที่ 1 : โปรตีนเชค & ธัญพืช

มื้อที่ 2 : ไข่ , ข้าวโอ๊ตและแอปเปิ้ล

มื้อที่ 3 : อกไก่ , พาสต้าและผัก

มื้อที่ 4 : โปรตีนเชค และกล้วย

มื้อที่ 5 : แฮมเบอร์เกอร์ , มันฝรั่งอบ & นม

มื้อที่ 6 : โปรตีนเชค เนยแข็งคอตเทจและถั่ว โปรตีนแท่ง(ขนมที่มีโปรตีนสูง)

เมื่อคุณต้องการที่จะลดไขมัน คุณจะใช้เทคนิค HIIT หรือ ทำการคาร์ดิโอธรรมดา

ผมจะใช้ทั้งสองอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผม บางครั้งการวิ่งบนลู่วิ่ง 30 นาทีมันก็ได้ผลดีกับผมมากกว่าการทำตามโปรแกรมฝึก

แต่ถ้าผมต้องการฝึกให้หนักขึ้น ผมจะทำ HIIT ก่อนแล้วต่อด้วยคาร์ดิโอแบบธรรมดา

อาหารเสริมของคุณเป็นอย่างไร

อาหารเสริมของผมนั้นธรรมดามาก ซึ่งผมก็ชอบมัน ผมไม่ชอบที่จะบอกว่าใช้อาหารเสริมยี่ห้อนี้แล้วจะดี คุณควรจะหาว่ายี่ห้อใหนเหมาะกับคุณด้วยตัวคุณเอง

อาหารเสริมที่ผมใช้คือ โปรตีน, อาหารเสริมก่อนออกกำลังกาย และครีเอทีน

มันมีอาหารเสริมอื่นๆอีกมากมาย แต่สำหรับผมสามตัวนี้ก็พอแล้ว

มีคำคมใหม

“Pain is nothing. It is absolutely nothing compared to the victory achieved after the pain is over” – Zachary Zeiler

“ความเจ็บปวด คือ ความว่างเปล่า ไม่มีอะไรที่จะเทียบกับการได้รับชัยชนะหลังจากความเจ็บปวดได้หายไป”

Thanks

แนะนำ

dominic kurt

dominic kurt

ก็แค่คนที่ชอบการเล่นกล้าม เพาะกาย คนหนึ่ง... ##@ LIVE WITH STRONG LIFE @##

Comment :

บทความเพาะกายที่น่าสนใจ


บทความวิธีหรือเทคนิคเล่นกล้ามส่วนต่างๆ


บทความน่าสนใจสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก


หมวดวิตามิน สุขภาพร่างกาย